แบบทดสอบ มีจำนวน 5 ข้อ ให้ใช้เม้าส์คลิ๊กหน้าคำตอบที่ถูกต้องเพียง 1 ครั้ง โปรแกรมจะแสดงคำตอบว่า ถูก หรือ ผิด พร้อมทั้งคิดคะแนนให้ ต้องการคำอธิบายคำตอบให้คลิ๊กที่
1. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน
 
A. เป็นโรคที่มีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นของผิวหนังอย่างไม่ทราบสาเหตุ
B. มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นแบบ autosomal recessive
C. อุบัติการณ์เกิดโรคในเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย
D. ผู้ป่วยเกือบทุกรายจะพบความผิดปกติที่ข้อร่วมด้วย
E. Pitted nail เป็นความผิดปกติของเล็บที่พบได้บ่อยที่สุด
   
2. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับพยาธิกำเนิด(pathogenesis)ของโรคสะเก็ดเงิน
 
A. ภูมิคุ้มกันผู้ป่วยมีแนวโน้วที่จะตอบสนองแบบ Th2 response
B. ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางระบบภูมิคุ้มกันชนิด B-cell-mediated autoimmune disease
C. พบว่า B cell ของผู้ป่วยสร้าง autoantibody ต่อเซลล์ผิวหนังของผู้ป่วย
D. HLA-Cw6 เป็นยีนที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคในเกือบทุกเชื้อชาติ
E. ชนิดของ T cell ส่วนใหญ่ที่พบในชั้นหนังกำพร้าคือ CD4+ และที่พบในชั้นหนังแท้คือ CD8+
   
3. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับอาการแสดงทางคลินิกของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
 
A. Impetigo herpetiformis จัดเป็นชนิดหนึ่งของ generalized pustular psoriasis
B. Psoriasis vulgaris พบได้บ่อยบริเวณหน้า และบริเวณนอกร่มผ้า
C. Guttate psoriasis มีลักษณะเป็นผื่นขนาดใหญ่มักมีเส้นผ่าศูนย์กลางของผื่นเกินกว่า 5 เซนติเมตร
D. erythodermic psoriasis ผู้ป่วยมักมีผื่นเป็นแบบ exfoliative dermatitis เกิดทันทีโดยไม่มี psoriasis vulgaris นำมาก่อน
E. Inverse psoriasis เป็นผื่นโรคสะเก็ดเงินที่เกิดบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า
   
4. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินทางห้องปฏิบัติการ
 
A. ระดับซีรั่ม uric acid ของผู้ป่วยจะสูงขึ้นสัมพันธ์กับ activity ของโรค
B. การตรวจพยาธิชิ้นเนื้อพบลักษณะที่จำเพาะต่อโรคคือ การเกิด Monro microabscess ในหนังกำพร้าชั้นบน
C. ระดับ a2-macroglobulin ในซีรั่มต่ำลงและสัมพันธ์กับ activity ของโรค
D. การตรวจพยาธิชิ้นเนื้อพบการหนาตัวของชั้น granular layer
E. ระดับซีรั่ม IgA และ IgA complex สูงขึ้น
   
5. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
 
A. ควรให้การรักษาแบบ mono-therapy เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาและป้องกันการดื้อต่อการรักษาทุกชนิดในผู้ป่วยได้
B. ผลข้างเคียงที่สำคัญของการรักษาชนิด photo-chemotherapy คือการเกิดมะเร็งที่ผิวหนัง
C. Systemic glococorticoids จัดเป็น first-line treatment ในการรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินเนื่องจากยาออกฤทธ์เร็วและผู้ป่วยมักมีระยะสงบของโรคได้นาน
D. Biological therapy เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงเกือบ 100 % จึงเหมาะกับโรคสะเก็ดเงินเกือบทุกชนิด
E. Retinoids หากให้ร่วมกับ PUVA (Re-PUVA) อาจเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียงของยามากขึ้น จึงไม่เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
   

ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย